จีนตำหนิ “คนภายนอก” เพิ่มความตึงเครียดในทะเลพิพาท

รัฐบาลปักกิ่งกล่าวถึง “ประเทศภายนอกบางแห่ง” ยังคงใช้ยุทธวิธีแบบเก่า เพื่อกระตุ้นความตึงเครียดในทะเลพิพาท หลังฟิลิปปินส์ต้องการให้เรือประมงของจีนมากกว่า 200 ลำ ออกไปจากพื้นที่ขัดแย้งในทะเลจีนใต้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ว่า สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงมะนิลาออกแถลงการณ์เมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า บรรยากาศตึงเครียดด้านความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก มีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจาก “มีประเทศภายนอกบางแห่ง” พยายามเล่นเกมการเมือง “ด้วยกลยุทธ์ล้าสมัย”
 
ขณะเดียวกัน “เป็นเรื่องน่าเสียดาย” ที่ยังมีบางประเทศในทวีปเอเชีย ซึ่งเป็นหนึ่งในคู่พิพาทต่อความขัดแย้งเรื่องทะเลจีนตะวันออก ยังคงยินยอมพร้อมใจลดคุณค่าของตัวเองให้อยู่ในฐานะ “บริวารทางยุทธศาสตร์” ของสหรัฐ ใช้อคติและดำเนินนโยบายที่เห็นแก่ตัว “เพื่อจับผิด”
 
ถ้อยแถลงดังกล่าวของรัฐบาลปักกิ่งเกิดขึ้น หลังนายโคชิคาวะ คะซึฮิโกะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกรุงมะนิลา กล่าวเมื่อต้นสัปดาห์นี้ ว่า รัฐบาลโตเกียวคัดค้าน “การเคลื่อนไหวแบบใดก็ตาม” ที่จะยิ่งเพิ่มความตึงเครียดให้กับสถานการณ์ในทะเลจีนใต้ และญี่ปุ่นสนับสนุนความร่วมมือและความพยายามระหว่างประเทศ ในการรักษาสันติสุขและเสรีภาพในทะเลแห่งนี้
 
ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์ดำเนินการตามช่องทางการทูต เมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้ เรียกร้องรัฐบาลปักกิ่งถอน “กองเรือประมง” ติดธงชาติจีนประมาณ 220 ลำ ซึ่งเข้ามารวมตัวกันอยู่บริเวณแนวปะการังวิธซัน หรือจูเลียน เฟลิเป นอกชายฝั่งเมืองบาราซา ในจังหวัดปาลาวัน ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนนี้
 
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลปักกิ่งชี้แจงว่า การที่เรือประมงของจีนยังคงลอยลำอยู่รวมกันในบริเวณนั้น  มีวัตถุประสงค์เพียง “ต้องการหลบภัย” จากสภาพอากาศเลวร้าย ไม่ใช่การรวมตัวกัน “เป็นกองกำลัง” ตามที่รัฐบาลฟิลิปปินส์กังวล นอกจากนี้ นานาประเทศไม่ควรมองสถานการณ์ที่เกิดขึ้น “ด้วยอคติ” และต่อมามีรายงานเรือประมงของจีนจำนวนหนึ่งเดินทางออกไปจากบริเวณนี้แล้ว