รัฐมนตรี-เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐ แห่ลาออกประท้วงทรัมป์

เสถียรภาพของรัฐบาลสหรัฐชุดปัจจุบันสั่นคลอนอย่างหนัก ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หมดวาระ เมื่อรัฐมนตรีอย่างน้อย 2 คน และเจ้าหน้าที่รัฐอีกหลายพันคน ลาออกเพื่อประท้วงผู้นำสหรัฐ จากกรณีเหตุรุนแรงที่รัฐสภา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 7 ม.ค.ว่านางอีเลน เชา ยื่นหนังสือต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันพฤหัสบดี ขอลาออกจากตำแหน่งรมว.กระทรวงคมนาคม โดยเธอให้เหตุผลว่า เหตุการณ์ที่อาคารรัฐสภา เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก และอาจเพิกเฉยต่อเรื่องดังกล่าวได้ ซึ่งการลาออกของเชาจะมีผลอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 11 ม.ค.นี้
 
ขณะที่นางเบตซี เดวอส ยื่นหนังสือขอลาออกจากตำแหน่งรมว.กระทรวงศึกษาธิการของสหรัฐ ด้วยเหตุผลที่ตรงไปตรงมามากกว่าเชา โดยเดวอสกล่าวหาผู้นำสหรัฐคนปัจจุบันปลุกระดมให้มวลชนก่อความรุนแรง ด้วยการบุกรุกเข้าไปก่อความวุ่นวาย และทำลายทรัพย์สินภายในอาคารรัฐสภา
 
ด้านนายมิตช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำพรรครีพับลิกันในวุฒิสภาสหรัฐ ประณามเหตุรุนแรงที่รัฐสภา และตำหนิวุฒิสมาชิกสังกัดพรรครีพับลิกันกลุ่มหนึ่ง ซึ่งพยายามขัดขวางกระบวนการลงมติของสภาคองเกรส ในการประชุมข้ามคืนจนถึงรุ่งสางของวันพฤหัสบดี เพื่อรับรองนายโจ ไบเดน ให้เตรียมดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่
 
นอกจากนี้ สื่อท้องถิ่นของอเมริกาหลายแห่งรายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ 4,000 คน สังกัดหน่วยงานหลายแห่ง แต่ส่วนใหญ่คือกระทรวงการต่างประเทศ ยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง แม้เป็นจำนวนน้อยมาก เมื่อเทียบกับจำนวนเจ้าหน้าที่รัฐทั่วประเทศซึ่งมีมากกว่า 2 ล้านคน แต่ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นถือเป็นที่น่ากังวลไม่น้อย ว่าจะส่งผลกระทบต่อความราบรื่นในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลวอชิงตัน
 
ต่อมาแกนนำของสองพรรคการเมืองใหญ่ในสหรัฐ รวมถึงนายลินด์ซีย์ เกรแฮม วุฒิสมาชิกรัฐนอร์ทแคโรไลนา ของพรรครีพับลิกัน และนายโจ แมนชิน วุฒิสมาชิกรัฐเวสต์เวอร์จิเนีย สังกัดพรรคเดโมแครต ออกมาเรียกร้องให้รัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่ระดับสูงในทำเนียบขาว ตลอดจนเจ้าหน้าที่รัฐสังกัดหน่วยงานทุกแห่ง ปฏิบัติงานต่อไปเพื่อบ้านเมือง