เยอรมนีแนะ ผู้ได้รับแอสตราเซเนกาเข็มแรก ควรฉีดวัคซีน mRNA เป็นโดสสอง

ทางการเยอรมนีแนะนำให้ประชาชนที่ได้วัคซีนเข็มแรกเป็นของแอสตราเซเนกา ควรฉีดเข็มที่ 2 ด้วยวัคซีน mRNA ชี้สร้างภูมิคุ้มกันมากกว่าเมื่อใช้ร่วมกัน
คณะกรรมการวัคซีนแห่งสถาบัน โรเบิร์ต คอค (STIKO) ออกคำแนะนำใหม่ แนะนำให้ประชาชนที่ได้รับวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 เข็มแรกเป็นของแอสตราเซเนกา ควรรับวัคซีนประเภท mRNA อย่างของไฟเซอร์ หรือ โมเดอร์นา เป็นวัคซีนเข็มที่ 2 ไม่ว่าจะอายุเท่าไรก็ตาม

ประกาศดังกล่าวทำให้เยอรมนีกลายเป็นประเทศแรกของโลก ที่แนะนำอย่างหนักแน่นให้ประชาชนฉีดวัคซีนต่างชนิดผสมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ โดยนายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เคิล เป็นหนึ่งในผู้ที่ช่วยปูทางเรื่องนี้ เนื่องจากเมื่อเดือนมิถุนายน เธอรับวัคซีนเข็มที่ 2 เป็นของโมเดอร์นา หลังจากรับวัคซีนแอสตราเซเนกาไปก่อนหน้านั้น

STIKO ระบุว่า ผลการศึกษาในปัจจุบันแสดงให้เห็นว่า การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นหลังจากฉีดวัคซีน 2 ชนิดนั้น เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัดเจน

อนึ่ง ก่อนหน้านี้คณะกรรมการที่ปรึกษาแห่งชาติด้านการสร้างภูมิคุ้มกัน ของแคนาดา ก็ออกมาแนะนำให้ประชาชนฉีดวัคซีนผสม 2 ชนิดเช่นกัน แต่ไม่หนักแน่นเท่าเยอรมนี โดยระบุว่า “ตอนนี้วัคซีน mRNA เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าในการฉีดเป็นเข็มที่ 2 แก่คนที่ได้รับวัคซีนเข็มแรกเป็น แอสตราเซเนกา/โควิชีลด์”

การอัปเดตคำแนะนำของเยอรมนีเกิดขึ้นหลังจาก องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกโรงเตือนว่าทวีปยุโรปมีความเสี่ยงจะเผชิญการระบาดระลอกใหม่ในเดือนสิงหาคม โดยมีสาเหตุจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุม, การแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 สายพันธ์ุเดลตา และอัตราการฉีดวัคซีนที่ต่ำ

นายฮานส์ คลูเกอ ผู้อำนวยการของ WHO ประจำภูมิภาคยุโรปกล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ก่อน จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในยุโรปเพิ่มขึ้น 10% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 10 สัปดาห์ ขณะที่ยังมีชาวยุโรปอีกถึง 63% ที่ยังคงไม่ได้รับวัคซีนเข็มแรก แต่ประเทศต่างๆ กลับผ่อนคลายข้อจำกัดกันแล้ว